6 เหตุผลที่ผู้ชายมักใช้เป็นข้ออ้าง เมื่อคิดจะมีเมียน้อย!!

เมื่อความรักในใจคนนึงมันจืดจางหรือโลภที่อยากจะเป็นผู้ได้รับเพียงอย่างเดียว อยากได้รับมากๆโดยเฉพาะความรัก มากรักย่อมมีแต่ทุกข์ และมักหาข้ออ้างในการทำผิดทั้งๆที่รู้ว่าผิดแต่ก็อยากมีอยากได้จนต้องหาเหตุผลร้อยแปดมาเป็นข้ออ้างในการทำผิด วันนี้เราได้ยก 6เหตุผลที่ผู้ชายมักใช้เพื่อนอกใจเรา

1. รักเรามันเก่าไป

ใหม่ๆก็รัก ใหม่ๆก็ดี อะไรก็ดูหวานถูกใจ พอนานๆไปก็ค่อยๆจืดจาง จากที่อยู่เพราะรัก กลายเป็นอยู่เพราะความเคยชิน เริ่มเบื่อ เริ่มกลายเป็นความจำใจ และสุดท้าย…อยู่เพราะทนอยู่ ความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ เวลาเปลี่ยนแปลงอะไรๆได้หลายอย่าง รวมถึงความรู้สึกของคนเราด้วย แล้วจะห้ามได้อย่างไร

2. ทำอะไรก็ผิด

คู่รักที่คนนอกมองว่าเหมาะสมกันดี ใครจะรู้ว่าเวลาอยู่ในบ้านเขาเป็นอย่างไร เขาอาจจะเป็นคู่ที่มีปัญหากันบ่อยๆ ทะเลาะกันด้วยเรื่องเดิมๆ และทุกครั้งที่ทะเลาะกัน จะสร้างรอยร้าว ค่อยๆบั่นทอนความรู้สึกกันไป ให้ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายยอม เป็นฝ่ายง้อตลอด มันก็อึดอัดนะ จนสุดท้ายอาจไม่เหลือความรู้สึกดีๆให้กัน

3. ห่างกันสักพัก ไม่ต่างจากเลิก

ห่างกันเพราะความจำเป็น หรือห่างกันจากความตั้งใจ ความห่างจะทำให้คุณได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดขึ้น บางคู่ห่างกันแล้วรู้ว่ารัก แต่บางคู่ความห่างกลับทำให้รู้ว่าไม่ได้รักกันแล้ว ไม่มีเขาก็อยู่ได้นี่ อยู่คนเดียวสบายใจกว่า หรือเป็นโอกาสที่ได้เจอคนใหม่ นี่คือเหตุผลที่ห่าง ไม่ต่างจากเลิก

4. ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งคิดเกินเลย

น้ำมันใกล้ไฟ ผู้ชายอยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิง ที่ตอนแรกเขาบอกว่าเพื่อนกัน เขาอาจไม่ได้หลอก มันอาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ความใกล้ชิด ใกล้กันบ่อยๆ ก็ทำให้ความรู้สึกมันเปลี่ยนได้นะคะ

5. เจอคนที่คิดว่าใช่กว่า

ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่บอกมา อาจทำให้ผู้ชายคิดว่า หรือคนที่คบอยู่ยังไม่ใช่ คนที่มาใหม่อาจไม่ได้ดีอะไรมากกว่าคนเดิม แต่เข้ามาในเวลาที่เขากำลังไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ เข้ามาอยู่ข้างๆ มาให้กำลังใจ มันก็เลยหวั่นไหวไปตามระเบียบ

6. ตบมือข้างเดียวไม่ดัง

ถึงจะมีเหตุผลเป็นร้อย หรือมีโอกาสนอกใจเป็นพัน แต่ถ้าคนมันรู้จักพอ ก็จะไม่นอกใจ ถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ก็เลิกไปสิ จะไปมีเล็กมีน้อยทำไม อย่าอ้างลูก อย่าอ้างความผูกพัน เพราะมันคือความเห็นแก่ตัวตั้งแต่คิดนอกใจแล้ว เรื่องนอกใจถ้าจะผิด ก็ผิดทุกคน ผิดที่มือของคนสองคนจับกันไม่เเน่นพอ ผิดที่มือที่สามที่คอยเข้ามาแทรก

Comments

comments