Loading...

สาว 40+ ดูแลตัวเองยังไงให้เป๊ะ อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข

สวัสดีค่ะ ขออนุญาตใช้พื้นที่แชร์ประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพและความงามฉบับผู้หญิงวัย 40++

ณ วันที่เขียนตัวเองก็ 42 ย่าง 43 แล้วค่ะ สูง 160 หนัก 47 ยังใส่เสื้อผ้า size xs หรือ s อยู่แล้วแต่แบรนด์
จากที่ได้รับคำชมจากคนรอบ ๆ ตัวว่าเป็นคนที่เหมือนเดิมมาก หุ่นดีเหมือนสมัยเรียน หน้าก็เปลี่ยนไปน้อยมาก ในขณะที่เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันทั้งหญิงและชายส่วนใหญ่เลยจะเปลี่ยนไปมากเมื่อเทียบกับสมัยยังวัยรุ่น คิดว่าเพื่อน ๆ ที่อ่านที่รุ่นราวคราวเดียวกับเจ้าของกระทู้คงเคยมีประสบการณ์เดียวกัน คือแบบเพื่อนหลายคนที่เคยผอม สวย หมวยเอ็กซ์ พอมาเจออีกที เฮ้ย !! แบบเปลี่ยนไปเป็นคนละคน คนที่เคยตัวเท่าเรา ตัวนี้เปลี่ยนเป็น size L, XL หรือ XXL ไปได้

จากสิ่งที่เราได้คุยหรือสังเกตจากเพื่อนรุ่นเดียวกันในหลาย ๆ กลุ่มทั้งเพื่อนมหาวิทยาลัย เพื่อนมัธยม เพื่อนประถม คือความเอาใจใส่ดูแลตัวเองที่ต่างกัน ความมุ่งมั่น ความอยากที่จะสวยที่ต่างกัน และความมีวินัยในการดูแลที่ต่างกันนั่นล่ะเป็นสาเหตุให้หลาย ๆ คน เปลี่ยนไป

วันนี้ในวัย 42 ย่าง 43 พอใจและมั่นใจในตัวเอง คือเราคงไม่ได้สวยเซี้ยะระดับดาราหรือเซเลบหรอก แต่สำหรับผู้หญิงทำงานออฟฟิศธรรมดาคนนึงเราได้แค่นี้เราก็ภูมิใจมากแล้ว วันนี้เลยอยากแชร์ประสบการณ์จริงในการดูแลตัวเองให้เพื่อน ๆ ที่รุ่นราวคราวเดียวกัน เพื่อเป็นกำลังใจว่าเราทำได้คุณก็ทำได้เช่นกัน แต่อยู่ในเครื่องหมายคำพูดว่า “ต้องทำจริงจัง สม่ำเสมอ”

นี่เป็นการดูแลตัวเองที่เราทำจริง ๆ ได้ผลจริง มาเริ่มกันเลยค่ะ

ข้อ 1 ต้องมีความอยากที่จะสวย

อาจจะดูไม่เกี่ยวแต่จริง ๆ มันสำคัญมากกก คือเราต้องอยากก่อน และความอยากที่ว่านั้นมันต้องสำคัญกับเรามากพอด้วย สังเกตดูเถอะผู้หญิงที่อายุเยอะแต่ยังสวยเพราะเขายอมไม่ได้ที่จะไม่สวย เราต้องถามตัวเองว่าการที่เราสวย เราหุ่นดี มันมีความสำคัญกับเรายังไง ถ้ามันสำคัญมากพอเราจะพร้อมที่จะสู้เพื่อมัน !!

ส่วนตัวเป็นคนรักสวยรักงามมาแต่เด็ก เป็นคนชอบแต่งตัวสวย ๆ เซ็กซี่ โชว์โน่นนี่นิด ๆ หน่อย ๆ เพราะฉะนั้นถ้าเริ่มอ้วนมันก็จะใส่ชุดแบบที่เราชอบไม่สวย นั่นทำให้เราดูแลตัวเองมาตลอดสม่ำเสมอและเราทนไม่ค่อยได้เวลามีคนทักในแง่ลบ ๆ เช่น อ้วนนะ หน้าโทรมนะ เราจะแบบเฮ้ยไม่ได้ละ เมื่อเทียบกับเพื่อนหลาย ๆ คนที่ไปไกลมาก มักจะพูดว่า “ช่างมันเหอะแก่แล้ว” “ไม่รู่ว่าจะสวยไปทำไม มีลูกมีผัวแล้ว” หรือบางคนที่เจอส่วนใหญ่คือก็บอกว่าอยากสวย อยากเป๊ะ แต่ทำได้ไม่นานก็เลิก ไม่จริงจัง ที่เป็นอย่างนั้นเพราะเป้าหมายไม่สำคัญพอนั่นเอง มันเลยทำได้ไม่นานก็เลิก …พูดมายาวก็แค่จะบอกว่าถ้าอยากไม่จริงแล้ว ถึงจะเริ่มทำได้ก็จะทำได้ไม่นาน ไม่สม่ำเสมอ แล้วจบลงที่ “ไม่ได้ผล” เพราะสุดท้ายมันไม่มียาวิเศษหรอกที่กินครั้งเดียวสวยตลอด ทำเดือนเดียวสวยถาวร ข้าวเรายังต้องกินทุกวันเลยชิมิ

ข้อ 2 การออกกำลังกายสม่ำเสมอ

เราเองตอนนี้วัย 42 กล้าบอกได้ว่าหุ่นดีไม่แพ้เด็ก 20 กว่า (งานมโนก็มา หุหุ) ไม่มีหน้าท้อง ยังใส่เสื้อเอวลอยได้สบาย เสื้อผ้าที่เด็กวัยรุ่นใส่กันเราไม่หวั่น แต่ที่เป็นได้แบบนี้ไม่ใช่ได้มาฟรี ๆ แต่ลงแรง เสียเหงื่อจริงจัง เราออกกำลังกายทุกวัน ต้องบอกว่าทุกวัน จะเว้นแค่วันที่ไม่สบายหรือกลับบ้านดึกจริง ๆ เราเองเป็นสาวออฟฟิศธรรมดาเลย ทำงาน 5 วัน และบ้านกับที่ทำงานคือไกลกัน เดินทางไม่ต่ำกว่าเที่ยวละชั่วโมงครึ่ง หรือสองชั่วโมง แต่เราออกกำลังกายทุกวันที่บ้าน ไม่ไปฟิตเนส ไม่มีเทรนเนอร์ เปิด YouTube ดูแล้วทำตาม

เดิมทีก็เข้าฟิตเนสแหละ แต่มันวุ่นวายกว่าเพราะต้องเอาชุดไป ต้องเอารองเท้า ต้องเดินทาง อาบน้ำเปลี่ยนชุด โอ๊ย สุดท้ายไม่ไหวเพราะเล่นไม่คุ้มเงินที่จ่าย เลยลองหัดเล่นตาม YouTube เองที่บ้าน ต้องบอกว่าตอนเล่นใหม่ ๆ แค่ท่าง่าย ๆ ยังแทบไม่ไหว ซิตอัพไม่กี่ทีก็ปวดไปหมด เล่นสควอตไม่กี่ทีก็ปวดขาไปหลายวัน แต่เราไม่ท้อ ไม่เลิก คือทำเท่าที่ทำได้ เริ่มจากง่าย แล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมาณ เริ่มเล่นท่าที่ยากขึ้น จากไม่มีเวตก็เริ่มใช้เวต แล้วพอเราทำไปเรื่อย ๆ สม่ำเสมอ++ ร่างกายมันพัฒนาขึ้นจริง ๆ ตอนนี้ยิ่งยากยิ่งชอบ ยิ่งหนักยิ่งมันส์ การออกกำลังกายของเราจะพยายามสลับให้ในแต่ละอาทิตย์ เล่นกล้ามเนื้อให้ได้ทุกส่วน ให้ได้ทั้งการเบิร์นไขมันและการบริหารเฉพาะส่วน เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพราะมันจะไม่เบื่อ YouTube มีหลาย Channels ให้เลือก เล่นไปเหอะมีวิดีโอใหม่ ๆ ตลอด


วันธรรมดา กลับบ้านประมาณทุ่มครึ่ง สองทุ่ม กินข้าว พักครึ่งชั่วโมงก็จะออกกำลังกายประมาณ 20-30 นาที (ไม่จุกเพราะกินข้าวเย็นน้อย) คือไม่ได้ใช้เวลานานแต่ทำทุกวัน อาจจะเล่นท้องอย่างเดียว 20 นาที หรือเล่นท้อง 10 ขา 10 ก้น 10 วันต่อมาก็เล่นแขนบ้าง หลังบ้าง สลับกันไป แต่พยายามให้ออกกำลังกายให้ได้ทุกส่วนในแต่ละสัปดาห์ บางวันก็อาจจะเป็นเต้นเพื่อคาร์ดิโอ หรือเล่นเวตสลับไป ให้ร่างกายได้ใช้ทุกส่วน

พอวันหยุดเราจะเล่นหนักหน่อยประมาณ 2 ชั่วโมงจะเล่นให้ได้ทุกส่วนทั้งท้อง ขา แขน หลัง และคาร์ดิโอ อาจเปิดดูวิดีโอประมาณ 3–4 ตัว ทำต่อไป แบบพักน้อยมาก ออกกำลังกายเองจริง ๆ จัง ๆ ที่บ้านมาเกือบ 4 ปีแล้ว บอกได้เลยว่าเรารู้สึกตัวเองแข็งแรงกว่าตอนอายุ 25 ซะอีก ไม่ใช่แค่หุ่นหรอกที่ได้ ไปตรวจสุขภาพหมอยังบอกไขมันเลวไม่มีเลย มีแต่ไขมันดี ความดันอะไรปกติ มวลกล้ามเนื้อดีด้วย หมอบอกออกกำลังกายนั้นช่วยได้จริง ๆ ยาวิเศษขนานแท้ แก้เครียดก็ได้

ด้วยความที่การออกกำลังกายได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ไปแล้ว เราเลยอยากทำสิ่งที่ตัวเองชอบและคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น ๆ ด้วยเลยเปิด YouTube แชนแนลออกกำลังกาย 40Fit by Pleo ยังไงฝากด้วยนะคะ แวะไปเยี่ยมไปออกกำลังกายด้วยกันได้ทุกวันค่ะ

ข้อ 3 เรื่องการกินอาหาร

ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้การออกกำลังกาย อาจจะสำคัญกว่าด้วย เพราะที่เขาบอกว่าเรื่องรูปร่างนั้นอาหารมีผล 70% ออกกำลังกายแค่ 30% เราเองจริง ๆ เลยไม่ได้เข้มงวดกับตัวเองมากเรื่องอาหาร คืออยากสวยก็จริงแต่ต้องมีความสุขด้วย เพราะเรายังเป็นคนชอบกินของอร่อยอยู่ เพียงแต่ต้องมีสติในการกิน สิ่งที่เราพยายามเลี่ยงคือของหวาน

เมื่อก่อนติดพวกน้ำหวาน ๆ มาก ชาเย็น ไมโลเย็น ซึ่งจริง ๆ มันเลวร้ายต่อสุขภาพมาก ทั้งหวานทั้งไขมันเยอะ ตอนนี้เราไม่ดื่มพวกน้ำหวานพวกนี้เลยงด ๆ (นาน ๆ ทีสตาร์บัค 1 แถม 1 ก็แชร์ ๆ กันไปบ้าง หุหุ) ในแต่ละวันเช้าเราจะไม่กินหนักมาก ปกติจะเป็นพวกนมจืด low fat เมจิเวย์โปรตีน สลับกันไปกับพวกน้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล ผสมเมล็ดเจีย หรือนมเปรี้ยว เพื่อให้ร่างกายได้โปรตีนเพียงพอ ก็จะกินขวดกลาง ๆ แล้วก็มีผลไม้ 1 กล่อง ผลไม้ก็เลือกที่ไม่หวานมากพวกฝรั่ง แก้วมังกร ก็จะนั่งกินไปจนเที่ยง

พอเที่ยงก็จะกินปกติเลย แต่พยายามเลี่ยงที่มันมัน ๆ ทอด ๆ แต่ไม่ซีเรียสมาก มื้อเที่ยงเราจะกินหนักสุด พอสาย ๆ นั่งทำงานอาจหิว เราจะมีพวกโยเกิร์ต หรือถั่วนั่งกินเพลิน ๆ พวกแมคคาเดเมียอร่อยดี บางทีก็ผลไม้หรือโยเกิร์ต นาน ๆ ก็อาจมีกินขนมบ้าง (ต้องพยายามหักห้ามใจ) คือเราจะกินเรื่อย ๆ ระหว่างวันแต่กินเบา และที่เคยฟังหมอเค้าก็แนะนำยังงั้นเพื่อให้ร่างกายมันรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ถ้าอดเลยมันจะทำให้เรากินบางมื้อหนักบ้าระห่ำได้เพราะระดับน้ำตาลในเลือดมันลดต่ำลงมากเกินไป ส่วนเย็นก็กินข้าวปกติ แต่กินน้อยคือข้าวสวยประมาณ 2 ช้อน กินกับข้าวปกติเท่าที่แม่ทำให้กิน (เลือกมากไม่ได้) ต่อด้วยผลไม้ตามฤดูกาล (หน้าทุเรียนก็มีหลุดอยู่แหละ มันอร่อย)

จริง ๆ พวกขนมของหวานเราก็ยังมีทานบ้างเวลาไปเที่ยวมันก็จะอยากกินบ้างแหละ แต่ไม่ใช่บ่อย ๆ อาจจะไอติมบ้างอาทิตย์ละครั้ง สองอาทิตย์คร้ั้ง แต่ไม่ใช่ถ้วยใหญ่โต กินแบ่ง ๆ กะแฟนคนละไม่กี่คำ คือต้องมีสติ วันไหนกินของหวานไปเราจะลดข้าวอะไรงี้ ไม่ได้ถึงกับต้องกินคลีน ไม่เคยกินคลีน หรือขนาดกินแต่ผัก-ผลไม้อย่างเดียว ถ้าสวยแล้วเศร้าไปมันก็ไม่สุขอีก กินมีสติหลีกเลี่ยงน้ำตาล เลี่ยงไขมันเลว กินแป้งแค่เบา ๆ

ข้อ 4 เรื่องการบำรุงผิว

เป็นอีกเรื่องที่เราให้ความสำคัญ คือทำสม่ำเสมอทุกวันแต่ไม่เน้นว่าจะต้องใช้ของแพงอะไร ปกติเลยคือล้างหน้าให้สะอาดเช็ดโทนเนอร์ มีเซรั่มแล้วตามด้วยบำรุง ตอนเช้าก็จะมีน้ำตบ ตอนนี้ใช้ SKII อายครีมและที่ขาดไม่ได้คือกันแดด SPF 50+++ ทุกวัน ยี่ห้อเปลี่ยนไปเรื่อย แล้วตามด้วยการแต่งหน้าตามปกติ เราเป็นคนที่ใช้เครื่องสำอางแบบเปลี่ยนไปเรื่อย ใช้ได้ทั้งถูกและแพง ตั้งแต่ counter brand ไปจนเครื่องสำอางในร้านขายยา Watson Booth อื่น ๆ ไม่เกี่ยง (แต่ต้องเชื่อถือได้)

แต่คือใช้ทุกวันไม่มีวันไหนขี้เกียจ ไม่ล้างหน้า ไม่ทาครีม สักเดือนละครั้งก็จะมีไปทำทรีตเมนต์ที่คลินิกเป็นทรีตเมนต์ธรรมดา พวกโฟโน ช้อนทองอะไรทั่วไป ๆ ถามว่าแล้วไปทำหน้าอย่างอื่นล่ะ Botox อะไรพวกนี้มีไหม จริง ๆ เลยคือทำบ้าง แต่นาน ๆ ทีมาก ๆ ปกติ Botox ปกติต้องทำทุก 6-8 เดือนแล้วแต่ แต่เราทำแบบปีครึ่งที คือปล่อยจนรู้สึกว่าตีนกามันจะชัดมากไปซะแล้วก็ไปฉีดสักที แล้วที่ฉีดจะฉีดแค่ตีนกา ไม่เคยฉีดทั้งหน้า พอดีโชคดีว่าเป็นคนหน้าเล็กอยู่แล้ว คือทำน้อยมาก อย่างอื่นไม่เคย หน้าเดิม ๆ ไม่ใช่แอนตี้หรืออะไรแต่ทุนทรัพย์น้อย อิอิ ถ้ามีตังค์เหลือเฟือคงทำบ่อยกว่านี้ ส่วนผิวกายแทบไม่ได้ทำอะไรแค่ทาโลชั่นทุกวัน ขัดนวดที่ร้านไม่เคย จะมีนาน ๆ ทีซื้อเกลือซื้อสครับมาขัดบ้าง ถ้าออกแดดก็พยายามกางร่มหรือใส่เสื้อคลุมเพื่อปกป้องผิวบ้าง เพราะเราผิวสองสีอยู่แล้วยิ่งคล้ำง่ายไปอีก

อันนี้รูปหน้าสด งด app ก็จะประมาณนี้ในวัย 42

อันนี้แต่งหน้าเบา ๆ ปกติเป็นคนไม่แต่งหน้าเยอะ

ข้อ 5 เรื่องอาหารเสริมต่าง ๆ

ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราทำมาตั้งแต่วัยรุ่น คืออยากสวยแต่เด็กก็แบบกินวิตามินซี วิตามินอีอะไรมาแต่มหาวิทยาลัยเลย จนตอนนี้ก็คือกินตลอด แต่จะกินเปลี่ยนตัวไปเรื่อย ๆ ทุก 3 เดือน จะไม่กินตัวเดิมซ้ำนาน ๆ ตอนนี้ก็อาจจะกินคอลลาเจนผงตอนเช้า ก่อนนอนก็อาจเป็นแอสตาแซนทิน สลับ ๆ กันไปทีละสามเดือน อีกสามเดือนก็อาจเป็นวิตามินซี กับไฮยาลูรอน หรือนมผึ้งอะไรประมาณนี้

คือพยายามกินอาหารกลุ่มที่เขาบอกว่าบำรุงผิว แอนติออกซิแดนท์ สลับตัวกันไป แต่คือกินตลอดไม่ขาด ถ้าถามว่าช่วยไหม ส่วนตัวรู้สึกว่าช่วย คือมีช่วงที่พอหยุดไปบ้างรู้สึกว่าผิวมัน ไม่นุ่มลื่นเหมือนตอนกินค่ะ แต่ทั้งนี้ก็จะกินต่อวันไม่เกิน 3 ตัว เยอะกว่านี้ก็กลัวจะหนักต่อไตมากไป เรื่องอาหารเสริมก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน ถ้าทานอาหารครบอยู่แล้วก็อาจจะไม่จำเป็น แต่ส่วนตัวรู้สึกว่ายิ่งเข้าเลข 4 นี่ยิ่งขาดไม่ค่อยได้โดยเฉพาะพวกคอลลาเจน

ข้อ 6 เรื่องการแต่งตัว

จริงแล้วการแต่งตัวเป็น motivation หลัก ๆ ตัวหนึ่งที่ทำให้เราอยากหุ่นดี เพราะเป็นคนที่มีความสุขที่ได้แต่งตัว แต่เท่าที่ฟังจากเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันบางคนมักจะชอบพูดว่าแก่แล้วใส่งี้ไม่ได้หรอก โน่นนี่ เราว่าจริง ๆ เราจะดูเด็กหรือดูแก่มันเริ่มจากทัศนคติของตัวเราเองตั้งแต่แรก ถ้าเราเอาแต่คิดว่าก็แก่แล้วแต่งงี้ไม่ได้ โง้นไม่ได้ มันก็จบตั้งแต่แรกแล้ว

ส่วนตัวเราเอง เราไม่เคยคิดว่าตัวเองแก่ แน่นอนอายุมากแล้วมันเปลี่ยนไม่ได้ มันก็แค่อายุ มันแค่เวลาที่มันผ่านไป แต่ตัวเราจะเป็นยังไงเราเลือกเองได้ ทุกวันนี้อยากใส่อะไรก็ใส่ เอวลอย ขาสั้น เกาะอก ใส่หมด ในวงเล็บว่าถูกที่ถูกเวลา ถ้าใส่แล้วมั่นใจ ใส่แล้วมีความสุข ย้ำว่าต้องมั่นใจ มีเพื่อนรุ่นเดียวกันพูดว่าแกกล้าเนอะที่ใส่บิกินี่ แกกล้าเนอะใส่สปอร์ตบราออกกำลังโชว์หน้าท้องอะไรแบบนี้ เราคิดว่ามันไม่ใช่ความกล้า แต่เรามั่นใจแล้วมีความสุขกับมันต่างหาก แล้วเราว่าเราใส่ถูกเวลาถูกสถานที่ เราใส่สปอร์ตบราออกกำลังกายไม่ได้ใส่เดินถนนมันก็ปกติจะตาย เราไปทะเลเราใส่ชุดว่ายน้ำ ใส่บิกินี่ ผู้หญิงเราต้องยอมรับความจริงแหละว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ถ้าเราปล่อยตัวทรุดโทรมเนื้อตัวไม่แต่งมันก็ยิ่งดูหม่นหมอง

รูปนี้ตอนอายุ 40

“อย่าให้อายุที่เพิ่มขึ้นมาทำลายความมั่นใจ คนอื่นทำได้ เราก็ทำได้ เราจะสวยและแข็งแรงในแบบของเรา”

Comments

comments

Loading...