แพทย์ยืนยันแล้ว! เลิกดื่มสิ่งนี้ด่วน เสี่ยงกระดูกพรุนและอัมพาตทั้งตัว

เลิกดื่มก่อนสาย! แพทย์ยืนยัน เสี่ยงกระดูกพรุนและเป็นอัมพาตทั้งตัว ถ้าร่างกายยังรับสิ่งนี้เข้าไปทุกวัน!!

นายหวัง ชายจีน อายุ 53 ปี เมื่อไม่นานมานี้ขณะกำลังเงยหัวดื่มน้ำอัดลมรสโคล่าเกิดเป็นอัมพาตกระทันหัน แขนขาไม่มีเรี่ยวแรง หลังรับการผ่าตัดหมอให้พักผ่อนครึ่งปี ถึงจะสามารถเดินได้ปกติ คุณหมอระบุว่าเป็น “โรคเส้นประสาทไขสันหลังส่วนคอเสื่อม” เป็นโรคที่ร้ายแรงชนิดหนึ่ง สาเหตุที่แท้จริงคือ นายหวังได้ดื่มเครื่องดื่มอัดลมแทนน้ำ ทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนรุนแรง

น้ำอัดลม ทำให้กระดูกพรุนได้จริงหรือ ?

น้ำอัดลมเป็นอาหารยอดนิยมของคนทั่วโลก เพราะมีรสชาติที่อร่อย ดื่มแล้วสดชื่น รู้สึกมีความสุข และช่วยเพิ่มรสชาติให้กับมื้ออาหารอย่างที่เราปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำอัดลมที่มีสีดำอย่าง เช่น น้ำอัดลมรสโคล่า ที่พบเห็นได้ในทุกเมนูอาหารตามร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด (เพิ่มอีก 5 บาทได้แก้วใหญ่กินกันจนท้องอืด) รสชาติที่ดีของน้ำอัดลมทำให้มีคนจำนวนมากสั่งน้ำประเภทนี้ดื่มกันเป็นประจำและเป็นปกติ จนลืมไปว่าน้ำอัดลมก็มีโทษต่อร่างกายในหลายแง่มุม ตั้งแต่เรื่องความอ้วนไปจนถึงโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุน หมายถึง โรคที่มวลกระดูกของร่างกายลดต่ำกว่าค่ามวลกระดูกมาตรฐานซึ่งเรียกว่า ค่าทีสกอร์ (ค่า T- score ในคนปกติคือ ไม่ต่ำกว่า 1) ตั้งแต่ -2.5 ของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (ค่าเอสดี หรือ SD, Standard deviation) ขึ้นไป หรือทางแพทย์ใช้เขียนเป็นตัวเลขตั้งแต่ -2.5 เอสดีขึ้นไป

ส่วนผสมที่เป็นโทษในน้ำอัดลม
1. น้ำตาล
เป็นส่วนผสมยอดนิยมในอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด มีหน้าช่วยให้ความหวานทานแล้วรู้สึกดี ซึ่งการผสมน้ำตาลลงในอาหารในสมัยก่อนจะเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติ เช่น น้ำตาลโตนด น้ำตาลมะพร้าว และเปลี่ยนมาเป็นน้ำตาลทรายที่ผลิตจากอ้อย จนมาถึงในยุคปัจจุบันที่การใช้น้ำตาลในรูปแบบของเหลวหรือไซรัปได้รับความนิยมสูงสุด เพราะราคาถูกกว่าน้ำตาลทรายและให้ความหวานได้มากกว่า ท่านจะสังเกตเห็นได้ตามร้านกาแฟต่างๆที่ไม่เซิร์ฟน้ำตาลทรายสำหรับใส่กาแฟแล้ว แต่จะเซิร์ฟเป็นไซรัปแทน หรือไม่ก็ขนมจำพวกเบเกอรี่ที่หันมาใช้ไซรัป รวมถึงน้ำอัดลม ที่เรากำลังพูดถึงตอนนี้ด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ น้ำตาล

น้ำตาลเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เช่น ช่วยทำให้อาหารและเครื่องดื่มมีรสชาติดี ให้พลังงานกับร่างกาย ทานแล้วทำให้รู้สึกสดชื่น แต่ต้องอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดีกับความต้องการของร่างกาย การบริโภคน้ำตาลของคนในยุคปัจจุบันเป็นไปอย่างพร่ำเพรื่อไม่ค่อยได้คำนึงถึงสุขภาพกันมากนัก เนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนไปพฤติกรรมการบริโภคของคนก็เปลี่ยนไป โดยคนส่วนใหญ่หันมาบริโภคอาหารแปรรูป (น้ำอัดลมก็เป็นอาหารแปรรูปชนิดหนึ่ง) ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลกันมากขึ้น เพราะรสหวานเป็นรสชาติที่ทำให้คนเรามีความสุขและติดได้ง่าย รวมถึงความสะดวกในการซื้อหามาบริโภค อร่อยและราคาถูกด้วย

ในน้ำอัดลมเกือบทุกชนิดมีส่วนผสมของน้ำตาลจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลทรายหรือไซรัป ทำให้ผู้ที่นิยมรับประทานน้ำอัดลมมีโอกาสได้รับปริมาณน้ำตาลมากเกินความจำเป็น ซึ่งอะไรที่เกินความจำเป็นหรือขาดความพอดีมักจะมีโทษตามมาภายหลังเสมอ น้ำตาลก็เช่นเดียวกัน แม้จะมีประโยชน์ในหลายแง่มุม แต่ถ้าหากบริโภคเกินพอดีย่อมทำให้เกิดผลเสียดังต่อไปนี้

2. คาเฟอีน
คาเฟอีนเป็นส่วนผสมที่พบได้ทั่วไปในน้ำอัดลมหลายชนิด โดยเฉพาะ น้ำอัดลมรสโคล่า(เครื่องดื่มน้ำดำ) และพบได้ในชา กาแฟ ช็อกโกแลต และเครื่องดื่มชูกำลัง คาเฟอีนเป็นสารที่พบได้ในธรรมชาติ และสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ในห้องแลป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ คาเฟอีน

ปริมาณคาเฟอีนที่บริโภคได้ต่อวัน คือ น้อยกว่า 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือกาแฟทั่วไปไม่เกิน 4 แก้ว คาเฟอีนเป็นสารที่มีประโยชน์ คือ ช่วยให้ร่างกายสดชื่นตื่นตัว ลดความเหนื่อยล้า ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน และช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย อย่างไรก็ตาม คาเฟอีนเองก็มีโทษเช่นกัน คือ ทำให้เกิดอารมณ์วิตกกังวล เพิ่มความดันโลหิต และกระตุ้นให้ร่างกายปัสสาวะบ่อยขึ้น

หากร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป จะมีผลเสียที่ได้รับต่ออวัยวะหลายส่วน ตั้งแต่สมอง หัวใจ กล้ามเนื้อ หู ปอด กระเพาะอาหารและไต ในรูปแบบของอาการต่างๆกันไป รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูญเสียมวลกระดูกและอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนได้หากได้รับคาเฟอีนมากเกินไปในระยะยาว

3. กรดฟอสฟอริก
เป็นกรดสังเคราะห์ที่มีลักษณะใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ที่มักจะใส่ในเครื่องดื่มอัดลม เช่นน้ำอัดลมรสโคล่า เพื่อทำให้มีรสเปรี้ยวและความรู้สึกซ่าๆในปาก เวลาดื่มแล้วสดชื่น น้ำอัดลมมีความเป็นกรดมากกว่าน้ำมะนาวและน้ำส้มสายชูเนื่องจากส่วนผสมของกรดฟอสฟอริกนั่นเอง

กรดฟอสฟอริกเป็นกรดที่ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง รวมถึงการกำจัดสนิมออกจากโลหะ หลายท่านอาจเคยได้ยินข่าวการทดลองนำน้ำอัดลมยี่ห้อดังมาล้างสนิม และมีการแสดงให้เห็นว่าล้างสนิมได้จริง เพียงแต่ต้องมีการขัดที่ตัวโลหะที่มีสนิมด้วย อย่างไรก็ตาม หากท่านยังสงสัยข้อมูลเรื่องนี้ ผู้เขียนแนะนำให้ลองซื้อน้ำอัดลมยี่ห้อดังที่เป็นสีดำมาทดลองขัดสนิมที่บ้านดูก็ได้ แล้วท่านอาจจะต้องตกตะลึงกับผลที่ได้ครับ

การบริโภคน้ำอัดลมที่มีส่วนผสมของกรดฟอสฟอริกแม้เพียงปริมาณน้อยก็ทำให้เกิดโรคฟันผุได้ นอกจากนี้น้ำอัดลมยังมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดโรคไตเรื้อรัง นิ่วในไต รวมถึงทำให้ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลงหรือจะกล่าวว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคกระดูกบางและโรคกระดูกพรุนได้ด้วย

4. สารให้ความหวานแทนน้ำตาล
มีอยู่หลากหลายชนิดมาก ทำหน้าที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลทั่วไป ได้แก่ แซคคาริน แอสปาแทม นีโอเทม อะซีซัลเฟม-เค ไซคลาเมต เป็นต้น สารให้ความหวานแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ทั้งการละลายน้ำและรสชาติหวานที่แตกต่าง (บางชนิดมีรสขมเล็กน้อย บางชนิดมีกลิ่นโลหะ) รวมถึงความหวานที่มากน้อยแตกต่างกันเมื่อเทียบกับน้ำตาลปกติ

สารให้ความหวานแทนน้ำตาลมีการใช้อย่างแพร่หลายเนื่องจากเหตุผลดังต่อไปนี้

Comments

comments