ว่าด้วยเรื่อง …. เทวดาประจำตัว อ่านแล้วเป็นกุศลต่อตัวเอง

เชื่อหรือไม่? เทวดาประจำตัวของคนเรานั้นมีอยู่จริงๆ

ตัวเราทุกคนส่วนใหญ่จะมี เทวดาประจำตัวคอยคุ้มครอง ซึ่งท่านก็คือ ดวงวิญญาณผู้ที่เคยเกี่ยวข้องกับเรา ช่วยเหลือ เกื้อกูลกันมาในอดีตชาติ แต่ในชาตินี้ เมื่อ เรามาเกิดเป็นคน ท่านเป็นเทวดา ท่านก็เลยเมตตามาดูแลคุ้มครองเรา แต่ก็ไม่ได้อยู่คุ้มครองเราอย่างถาวร ตลอดชีวิต นะครับ ขึ้นอยู่กับ บุญบารมีที่เราทำในปัจจุบันด้วย (ต้องหมั่นอุทิศส่วนบุญกุศลให้ท่านด้วย) คนไม่ดี ไม่มีศีลธรรม เทวดาไม่มา มีแต่ผีมาตาม รอจังหวะดวงตก คอยซ้ำเติม อย่างคำโบราณ ที่ว่า “ผีซ้ำด้ำพลอย”

ส่วนเรื่องการใช้วิชาโหราศาสตร์ มาพิจารณาว่า มีเทพองค์ใดมาคุ้มครองเรานั้น(คำว่าเทพ ในที่นี้หมายถึง เทพชั้นสูง ที่สูงกว่าเทวดาทั่วไปครับ) สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าไม่มีวิชาโหราศาสตร์ใดที่สามารถ บอกได้หรอกครับ ถึงแม้จะมีใครมายืนยันว่า บอกได้ ก็ยังติดในเรื่องการ พิสูจน์ยืนยัน ให้เห็นชัดเจนอีก (ตามทัศนคติของผมนั้น ผมถือว่าวิชาโหราศาสตร์ เป็นวิทยาศาสตร์ ครับสามารถพิสูจน์ได้ หรือมีเหตุผลรองรับ) เหมือนกับเรื่องการใช้โหราศาสตร์ ดูกรรมเก่า ในอดีตชาติ ถึงแม้ผมจะเรียนมา แต่ก็ยัง รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ที่จะใช้ เท่าที่ผ่านมาผมใช้ พยากรณ์กรรมเก่า ไม่เกิน 3 ครั้ง (ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้มาดูดวง ทั้งนี้เพื่ออธิบายปัจจุบันกรรม เพิ่มเติมเท่านั้น) ก็เพราะเรื่องอดีตชาติ ผมไม่เห็นกับตา ไม่ได้รู้ด้วยญาณ และไม่สามารถพิสูจน์ได้ นี่แหละครับ ที่พอจะเป็นที่ยอมรับได้ ก็คือ ดาว ๙ ที่สัมพันธ์ถึง ลัคน์ ตนุลัคน์ ก็พอบอกได้แค่ว่า เป็นดวงที่มี เทวดา(ตามความหมายข้างต้น)คุ้มครอง เท่านั้น รายละเอียดว่าเป็นเทวดา เทพองค์ใด สูงขั้นไหน ยังไม่สามารถบอกได้ ซึ่งผมขอชี้แจงเพิ่มเติม ดังนี้ครับ

1. ดาวในวิชาโหราศาสตร์ไทย มีทั้งหมด 10 ดวงใช้แทนเทพได้ 9 ดวง เทพนั้นมีมากกว่า ดาว เพราะฉะนั้น ดาวดวงหนึ่ง อาจหมายถึง เทพมากกว่า 1 องค์ (ซึ่งก็มักจะมีความคิดเห็นแตกต่างกัน แล้วแต่อาจารย์ ) ซึ่งก็เป็นการยากที่จะกำหนดให้เฉพาะเจาะจงได้ แต่ที่พอสังเกตได้ เรื่องดาวแทน เทพเจ้าต่างๆ นั้น เป็นทัศนะของโหร ในยุคปัจจุบันนี้เท่านั้น โหรรุ่นเก่าก่อนหน้านี้ที่ ท่านเขียนตำราไว้ ผมยังไม่เคยอ่านเจอเลย เต็มที่ก็ แบ่งออกตามธาตุเท่านั้น เดี๋ยวนี้มีหมด เจ้าพ่อเจ้าแม่ ก็มีดาวแทนกับเขาด้วย ลองคิดดูนะครับ เราเอาดาว ที่ถูกกำหนดไว้แล้วในตำรา นับพันปี ก่อนสมัยพุทธกาล เสียอีก ( เพราะตอนที่พระองค์ประสูติ ก็มีพราหมณ์ มาทำนายดวงพระชะตาแล้ว) มาเป็นตัวแทน เจ้าพ่อเจ้าแม่ ที่มีอายุไม่ถึง 500 ปี
แต่ก็พอจับหลักได้ว่า การพิจารณาว่าดาวดวงใด แทนเทพองค์ไหนนั้น มาจากการพิจารณา ลักษณะของดาวประกอบ กับความเป็นศุภเคราะห์ หรือ บาปเคราะห์ เช่น ดาวอาทิตย์ ลักษณะผู้นำ สีแดง เข้มแข็ง แทน พระอิศวร ประธานของปวงเทพทั้งหลาย ,พญาครุฑ, เทพกวนอู (เพราะหน้าแดง บางอาจารย์ ว่าเทพกวนอู ดาวตัวแทนคือ อังคาร เพราะเป็นนักรบ) ดาวจันทร์ ลักษณะ อ่อนโยน สีขาวนวล น้ำ ศุภเคราะห์ แทน เทพฝ่ายหญิง พระโพธิสัตว์กวนอิม เมขลา เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เกิดจากการพิจารณาของโหร แต่ละท่าน ซึ่งยังหาข้อยุติไม่ได้

2. สำหรับโลกมนุษย์ พระอิศวร ท่านมอบหมาย หน้าที่ในการดูแล คุ้มครอง บันดาลโชคลาภ และลงโทษ ให้กับ เทวดานพเคราะห์ หมดแล้วครับ ก็คือ ดาวประจำวันเกิด ดาวที่สัมพันธ์ ลัคน์ ตนุลัคน์ ( ซึ่งตามหลักศาสนาพุทธ เราก็ใช้ พระประจำวันเกิด พระพุทธรูปปางต่างๆ แทน การบูชาเทวดานพเคราะห์ ) ตามความคิดของผมนั้น ในเมื่อมหาเทพ ส่งเทวดานพเคราะห์ มาดูแลอย่างเป็นทางการแล้ว ท่านคงไม่มา ก้าวก่ายยุ่งเกี่ยว คุ้มครองมนุษย์เป็นรายบุคคล อีกหรอกครับ แต่ถ้าจะบูชา สวดขอพร ท่านเหมือนกับลัทธินิกายต่างๆ ในอินเดีย ก็คงเป็นอีกเรื่องหนึ่งไป (ในประเทศอินเดีย แต่ละท้องถิ่น แต่ละลัทธินิกาย ส่วนใหญ่จะนับถือเทพองค์ใด องค์หนึ่ง อย่างเหนียวแน่นมาก คือ ถ้านับถือ พระพิฆเณศ ก็จะถือว่าท่านเป็น เทพสูงสุด เหนือเทพองค์อื่น เป็นต้น ยกเว้น นิกายสมารธะ ที่นับถือเทพเจ้าทุกพระองค์ในศาสนา ฮินดู )

เพราะฉะนั้น คำถามที่ว่า ” ตัวเรามีเทพองค์ใด คุ้มครอง ?” นอกจากที่กล่าวไว้แล้วข้างต้นแล้ว ถ้าจะต้องตอบจริงๆ ผมก็ขอตอบ ตามที่มั่นใจและได้รับการสั่งสอนมา คือ เทวดาพระเคราะห์ประจำวันเกิด และพระเคราะห์ตามระบบมหาทักษา นั่นแหละครับ เกิดวันอาทิตย์ ก็พระอาทิตย์ เป็นเทวดาประจำตัว เป็นหลักจนสิ้นอายุขัย และท่านก็จะคุ้มครองดูแลตั้งแต่เกิด ไป 6 ปี จากนั้นก็เป็น พระจันทร์เข้ารับช่วงต่อ อีก 15 ปี (จะมีพระเคราะห์แทรกบ้างก็เป็นไปตามหลักมหาทักษา) เรื่อยไป เราก็ทำพิธีรับส่ง เทวดาพระเคราะห์ ตามช่วงอายุ ของเราไป เท่านั้นเองละ

แหล่งที่มา: horapayakorn.com

Loading...

Comments

comments